คุณเพชร โพธาราม
 
 
ประวัติคุณเพชร โพธาราม..ข้อมูลพื้นฐาน

ประวัติ
ประวัติยังไม่สมบูรณ์คัดมาได้เฉพาะบางส่วน จากหนังสือพิมพ์ คมชัดลึก..จะค่อยมาเพิ่มเติมในโอกาสต่อไป

"ต.ช.ด. ย่อมาจากตำรวจชายแดน น้องเอ๋ยลำบากเหลือแสน มาอยู่ชายแดนที่ไกลแสนไกล" หลายคนยังคง
จำเสียงร้องอันหวานไพเราะในเพลง "ต.ช.ด.ขอร้อง" เสียงร้องของเด็กหนุ่มจากเมืองโพธาราม จังหวัดราชบุรี

นาม เพชร โพธาราม หรือชื่อจริงว่า จดหมาย แหยมศิริ หนุ่มตัวดำร่างเล็กที่มีความชอบในอาชีพนักร้อง
แม้ความต้องการของครอบครัวต้องการให้รับราชการทหาร

   "ผมเรียนจบมาตอนอายุ 18-19 ปีญาติๆ อยากให้สอบเข้าเป็นทหารแต่ตัวอาเล็ก เลยไม่ได้เป็นทหาร  
ความที่ชอบร้องเพลงเลยหันมาร้องเพลงแทน เลยไปสมัครเป็นนักร้องอยู่ในวงดนตรี "ศักดิ์ โกศล"  โดย
ใช้ชื่อว่า พรเพชร โพธาราม อยู่กับวงได้ 2-3 ปี พอดีตอนนั้นไวพจน์ เพชรสุพรรณ เขาแยกตัวออกมา
จากวงดนตรี "รวมดาวกระจาย" ของครูสำเนียง ม่วงทอง  มาตั้งวงดนตรีของตัวเอง เขาประกาศผ่านวิทยุ
ว่าต้องการรับสมัครนักร้องหลายคน ให้ไปสมัครที่วัดดงมูลเหล็ก ช่วงนั้นนักร้องเขาเยอะมากทั้ง ยงยุทธ 
เชียวชาญชัย  การะเวก เสียงทอง  ชัยชนะ บุญนะโชติ   คนไปสมัครกันเป็นสิบเลยเขาให้ร้องทีละคน ผม
ร้องเพลงของไพรวัลย์ ลูกเพชร แล้วชนะเลิศ"

เพชร โพธาราม ในวัย 55 ปี บอกจุดเริ่มต้นของการก้าวเข้าสู่วงการเพลงลูกทุ่ง ด้วยนํ้าเสียงที่ไพเราะทำ
ให้ได้เข้าเป็นสมาชิกวงดนตรีไวพจน์นับจากนั้นมา

   "พ่อไวพจน์เขาให้รอฟังข่าวอีกทีว่าจะเรียกมาเมื่อไหร่ แต่กว่าจะประกาศผลมันก็มืดคํ่าแล้ว ไม่มีรถกลับ
บ้าน เลยขอกับไวพจน์ว่าจะนอนค้างคืนที่บ้านก่อน ตอนนั้นแกอยู่กับแม่ยายญาติๆ แกก็หลายคนผมก็มา
นอนอยู่นอกชานบ้าน  ด้วยความที่บ้านเราไม่มีลูกผู้หญิง เราต้องทำงานบ้านเองผมเลยช่วยเขาทำงานบ้าน
  ถูบ้าน กวาดบ้าน ทำกับข้าวยกของ ไวพจน์เขาเห็นเราขยัน เขาเลยบอกว่า "ไอ้ดำ" มึงไม่ต้องกลับบ้าน
แล้วให้อยู่กับกูเลย ช่วยงานบ้าน แบกของเมื่อก่อนซอยวันดงมูลเหล็กมันแคบ ต้องขนเครื่องดนตรีไปขึ้น
รถหน้าปากซอย"

   จากนั้นเพชร ก็ใช้ชีวิตอยู่กับวงดนตรีไวพจน์ เพชรสุพรรณ เรื่อยมาแต่หนทางใช่จะโรยด้วยกลีบกุหลาบ
  หน้าที่หลักคือ แบกของมากกว่าร้องเพลง 

   "ช่วงนั้นได้ร้องเพลงบ้างไม่ได้ร้องเพลงบ้าง ตอนนั้นพ่อไวพจน์ตั้งชื่อให้ว่า "เพชร โพธาราม" อยู่กับวง
ไวพจน์ 4-5ปี มาวันหนึ่งวงไปแสดงที่จังหวัดสุโขทัย พอดีมีเหตุการณ์ไฟไหม้ ตำรวจเขากันรถไว้นานมาก
  ทุกคนนั่งอยู่ในรถบัสกันหมดทั้งไวพจน์ ครูจิ๋ว พิจิตร แกเลยแต่งเพลง "สุโขทัยระทม" ขึ้นมาพอมาถึงกรุง
เทพฯ ไวพจน์เลยให้อาอัดเพลง "สุโขทัยระทม" ซึ่งถือเป็นเพลงแรกของอาในการเป็นนักร้องก็ได้ร้องเพลง
มากขึ้นมาปี 2515 ไวพจน์ร่วมกับ ทองใบ รุ่งเรือง แต่งเพลง "ต.ช.ด.ขอร้อง" ให้ร้องอีกเพลงหนึ่ง แต่ตอน
นั้นยังไม่ค่อยดัง"

   เพชร เล่าถึงความดังของเพลง "ต.ช.ด.ขอร้อง" ในเวลานั้นว่า ช่วงแรกยังไม่ค่อยได้รับความนิยมเท่าไร
  พอดีช่วงนั้น ต.ช.ด.มีบทบาทมากตามแนวชายแดนทำให้คนขอเพลงนี้ทางคลื่นวิทยุ

   "ตอนนั้น ต.ช.ด.เขารับผิดชอบงานด้านชายแดนอยู่ คนฟังในต่างจังหวัดเขาชอบเพลงนี้เลยขอมาทาง
นักจัดรายการทีนี้เลยเปิดกันใหญ่เลย จนสถานีวิทยุในกรุงเทพฯ มาเปิดอีก เราก็ไม่รู้ตัวว่าเพลงมันดัง 
ไวพจน์เขาบอก ว่าเพลงดังแล้วนะ พอไวพจน์ประกาศหน้าเวทีอาก็ขึ้นร้องเพลงนี้ได้พวงมาลัยเต็มเลยถึง
ได้รู้ว่าเพลงเราดังจริงๆ"

   เมื่อเพลงดังเพชร โพธารามจึงแยกตัวออกมาตั้งวงดนตรีเป็นของตัวเองเหมือนนักร้องคนอื่นๆ

   "พอเพลงดังอาก็ลาออกมาตั้งวงดนตรี "เพชร โพธามราม" เป็นของตัวเอง  สมชาย ทองขาว เขาก็จองตัว
เดินสายกันเยอะเลย  ต่อมาก็มาอัดเพลง "รักคนชื่อน้อย" เพลงนี้แต่งโดย สาธร จินดา ห้างเสียงสยามเขา
จ้างอัด  อาทำวงดนตรีอยู่ 7-8 ปีนักร้องรุ่นใหม่ๆ เกิดเยอะ เช่น สายัณห์ สัญญา กำลังดังมากเลยอาก็รู้สึก
ว่ามันอิ่มตัวก็เลยเลิกวง มาอยู่กับวงดนตรีพุ่มพวง ดวงจันทร์  เขารับนักร้องดังมาอยู่ในวงเยอะเลย เช่น
  มนต์รัก ขวัญโพธิ์ไทย เสกศักดิ์ ภู่กันทอง  อยู่มานาน" ส่วนช่วงเวลาหลังจากนั้นได้ห่างหายไปจากวงการ
  นักร้องจากเมือง โอ่งเล่าว่า

   "สาเหตุที่ออกจากวงการไป คือช่วงที่ไปงานกับมนต์รัก ขวัญโพธิ์ไทย  เสกสรร ภู่กันทอง แล้วก็อา 
มนต์รักเขาเป็นคนขับรถ รถไปเกิดอุบัติเหตุชนกันรถ สิบล้อแถววัดเขาตะเครา มนต์รัก กับเสกศักดิ์ ตาย
  อารอดอยู่คนเดียว แม่อาเลยให้กลับมาอยู่บ้านที่โพธารามจนทุกวันนี้ไม่ได้ไปยุงเกี่ยวกับวงการอีกเลย
ส่วนงานร้องเพลงก็ยังรับงานร้องเพลงทั่วไป กับเปิดร้านอาหาร "เพชร โพธาราม" ก็พอมีรายได้ใครจะ
จ้างไปร้องเพลงก็โทรได้ที่เบอร์ 08-7151-5805 ก็ยินดีไปร้องครับ"