ดาวใต้ เมืองตรัง

พวงพิศ ทองทิพย์ หรือ ดาวใต้ เมืองตรัง เกิดที่บ้านเลขที่ 8 ถนนเวียงกะพัง อ.เมือง จ.ตรัง เป็นบุตรนายแคล้ว และนางเรียง ทองทิพย์ เธอเป็นพี่คนโต โดยมีน้องชาย 1 คน ครอบครัวมีฐานะยากจน โดยพ่อแม่มีอาชีพทำงานก่อสร้าง

เมื่ออายุครบเกณฑ์ เข้าเรียนที่ โรงเรียนวัดกะพังสุรินทร์ แต่ต้องออกจากโรงเรียนกะทันหันตอนที่อยู่ ม.ศ. 2 เนื่องจากหัวหน้าครอบครัวมาเสียชีวิต และแม่ก็ไม่มีเงินส่งเสียให้เรียนต่อไปได้

หลังจากออกจากโรงเรียนก็มาทำงานเป็นลูกจ้าง รับจ้างขายของหน้าร้านในตลาด ได้เงินเดือนเพียง 300 บาทเท่านั้น หรือตกวันละ 10 บาท แต่พอถึงวันอาทิตย์ เธอก็มักจะลาหยุดไปประกวดร้องเพลงเสมอๆ และในที่สุด เธอก็ทำได้รับจ้างขายของหน้าร้านได้แค่ปีเศษๆ ก็ต้องลาออกเพราะเจ้าของร้านบ่นเรื่องการลาหยุดทุกอาทิตย์

ต่อมาบริษัท กว้างไพศาล จำกัด เจ้าของผลิตภัณฑ์ ปลากระป๋องปุ้มปุ้ย จัดการประกวดร้องเพลงชิงเงินรางวัลเงินสดถึง 30,000 บาท ซึ่งว่าเป็นจำนวนเงินที่สูงมากในยุคนั้น โดยกฎเกณฑ์การประกวด กำหนดให้แต่ละจังหวัดทั่วประเทศไทย คัดเลือกตัวแทนจังหวัดมาจังหวัดละ 2 คน เมื่อคัดได้ครบทั้งหมดแล้ว ก็ไปชิงชนะเลิศกันที่ สถานีวิทยุ ม.ท.บ.4 นครสวรรค์ โดยบริษัทออกค่าใช้จ่ายค่าเดินทาง ค่าที่พัก ค่าอาหารการกินทุกอย่างให้นักร้องประกวดจากทั่วประเทศทุกคน

ในส่วนของจังหวัดตรัง หนึ่งในตัวแทนจังหวัดก็คือ พวงพิศ ทองทิพย์ นั่นเอง แต่บนเวทีการประกวดเธอกลับทำได้ไม่ดีนัก เพราะประหม่าอย่างรุนเเรง จากการที่ไม่เคยจากบ้านเกิดเมืองนอนมาไกลๆ เช่นนี้

ในที่สุดเด็กสาวจากจังหวัดตรัง ก็ทำได้ดีที่สุดแค่ตำแหน่งรองชนะเลิศอันดับ 4 หรือก็คือที่ 5 นั่นเอง และได้รับรางวัลปลอบใจกลับบ้านไป 2,000 บาท แต่ก็ยังดี เพราะนอกจากได้เงินสดจากการประกวดแล้ว ยังได้รับการบรรจุเป็นพนักงานของบริษัทในฐานะนักร้อง โดยมีเงินเดือนอีกเดือนละ 1,200 บาท งานนี้เธอต้องเข้าอยู่ในกรุงเทพฯ โดยเช่าห้องอยู่ร่วมกับนักร้องหญิงที่ชนะมาจากงานเดียวกัน โดยแบ่งปันกันออกค่าเช่าห้อง บางเดือนก็มีงานเยอะ แต่บางเดือนก็ไม่มีงาน

เธออดทนเป็นนักร้องประจำบริษัทอยู่ได้ถึง 6 เดือน สมศักดิ์ กว้างไพศาล เจ้าของบริษัทกว้างไพศาล ก็ติดต่อว่าจ้างให้ ครูชลธี ธารทอง " เทวดาเพลง " มาแต่งเพลงให้เธอร้องถึง 2 เพลง คือ "อาลัยนักรบ " และ "สาวใต้ไร้คู่ "

แค่สองเพลงแรกที่อัดแผ่นเสียง ก็ทำให้ชื่อเสียงของเธอขจรขจายไปไม่น้อย เรียกว่าดังอย่างรวดเร็วเกิดความคาดหมาย


เรื่องนี้ทำให้สากล อนันตวิชัย โฆษกดังแห่งสุราษฎร์ ที่เป็นคนสนับสนุนอย่างเข้มข้นอีกคน ได้ทาบทามครูประจวบ วงศ์วิชา ยอดนักแต่งเพลงชื่อดังแห่งภาคใต้ให้ช่วยส่งเสริมด้วยการเขียนเพลงให้อีกคน ช่วงนั้นครูประจวบกำลังสร้างนักร้องดังทางใต้ คือ ฉัตรทอง มงคลทอง อยู่พอดีและได้เขียนเพลงให้ฉัตรทอง มงคลทอง ซึ่งเพลงนั้นก็คือ " ตามแฟน " ครูก็เลยตัดสินใจเขียนเพลงแก้ให้ดาวใต้ เมืองตรัง ร้องทันที มีชื่อว่า " แฟนพี่อยู่ตรัง " และเพลงนี้ก็สร้างชื่อเสียงอย่างยิ่งใหญ่ให้เธอโด่งดังสุดขีด

จากนั้นไม่นานนัก เธอก็กลายเป็นนักร้องที่มาแรงแห่งยุคที่มีการทะยอยบันทึกแผ่นเสียงตามมาไม่ขาดระยะเลย และล้วนเป็นงานเพลงของนักแต่งเพลงระดับพระกาฬทั้งสิ้น อาทิ ชลธี ธารทอง, ประจวบ วงศ์วิชา, กิ่ง กรกฎ, กุศล กมลสิงห์, เริง ภิรมย์, เริง รัตนะ, สุชาติ เทียนทอง, ลพ บุรีรัตน์

แล้วความสำเร็จสูงสุดในชีวิตของเธอก็คืบคลานมาถึง เมื่อเธอได้รับ รางวัลเสาอากาศทองคำพระราชทาน จากเพลง สาวใต้ไร้คู่ จากบทประพันธ์ของ ครูชลธี ธารทอง จากการจัดของ สถานีวิทยุเสียงสามยอด เมื่อคืนวันที่ 18 ธันวาคม พ.ศ. 2520ในฐานะนักร้องหญิงดีเด่น

แล้วถัดจากนั้นอีกเพียง 1 ปีเธอก็ก้าวจากวิถีชีวิตนักร้องไปสู่ฐานะใหม่นั่นคือ โฆษกนักจัดรายการวิทยุ โดยเริ่มหัดจาก สถานีวิทยุ ส.ท.ร.สงขลา โดยดัดเสียงเป็นเสียงเด็กผู้ชายใช้ชื่อว่า เด็กชายเปีย

จากนั้นก็เริ่มต้นจัดรายการจริงจังโดยเริ่มจากรายการประกวดจดหมายรัก ปรากฏว่าเกรียวกราวอย่างยิ่งมีคนสนใจติดตามฟังกันเนืองแน่น ความเก่งฉกาจและรู้จักเก็บออมของเธอนั้นเป็นที่เลื่องลือ เธอเคยเข้าหุ้นกับ โอภาส บุญนาค, มนต์ เมืองสมุทร ทำห้องบันทึกเสียง ดีโอเอ็ม อยู่แถวๆ บางลำภู ก่อนจะไปซื้อบ้านและทำห้องเองอีกที่ตรัง

ปัจจุบันเธอเป็นนักจัดรายการผู้หญิงที่ยิ่งใหญ่ มีรายการมากมายทั่วประเทศ โดยไปปักหลักชีวิตอยู่ที่ราชบุรี



คัดลอกข้อมูลมาจาก...http://www.oknation.net/blog/countryman/2009/03/25/entry-1